สโบเบท โคตรดุ ! แมนฯ ซิตี้ ยำใหญ่ สโต๊ค 7-2

สโบเบท

ผลการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 8

สโบเบท PLAYING: ดรีมทีม 11 แข้งดาวเด่น ที่เล่นให้เพียงสโมสรเดียว

คืนวันที่ 14 ตุลาคม 2017
จบเกม: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7-2 สโต๊ค ซิตี้
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม

​นาทีที่ 8 ซิตี้น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เลรอย ซาเน โฉบเข้ามาหาบอลและได้โอกาสยิงโล่งๆแต่บอลข้ามคานไปไกล

GOAL !!! นาทีที่ 17 เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจนได้ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนไหลให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่สอดขึ้นมาในเขตโทษ และเปิดต่อให้กับให้ กาเบรียล เชซุส โฉบเข้ามายิงโล่งๆเข้าไป เรือใบนำ 1-0

GOAL !!! นาทีที่ 19 แมนฯซิตี้ ได้ประตูนำห่าง จากจังหวะ เลรอย ซาเน ไหลบอลคืนให้ เควิน เดอ บรอยน์ หน้ากรอบเขตโทษทีมเยือน ก่อนที่มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมจะจ่ายทะลุช่องคืนให้ปีกเยอรมันหลุดเดี่ยวและจ่ายกลับมาตรงกลางให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลือกมุมยิงเข้าไปง่ายๆ สกอร์เป็น 2-0

GOAL !!! นาทีที่ 27 สกอร์ไหลเป็น 3-0 เมื่อกาเบรียล เชซุส แทงทะลุช่องให้ เลรอย ซาเน ในฝั่งซ้ายของเขตโทษช่างปั้นหม้อ ก่อน ซาเน จะเปิดเข้ามาให้ ราฮีม สเตอร์ลิงจ่ายกลับมาตรงกลางทันที ให้ ดาบิด ซิลบา ที่ทำท่าจะจับบอลไม่อยู่ แต่ยังตามจิ้มบอลเข้าไปได้

นาทีที่ 43 เดอะ ซิตี้ เซ่น ได้ลุ้นประตูเพิ่มจากการประสานงานกันของ ดาบิด ซิลบา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนจะยิงยัดเข้าเสาแรก แต่ แจ็ค บัตแลนด์ ใช้ขาเซฟไว้ได้

ก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะ มาเม บิรัม ดิยุฟ กระชากหนี ฟาเบียน เดลฟ์ ที่ถูกจับมายืนแบ็คซ้ายและจ่ายตัดเข้ามาให้ เฆเซ โรดริเกวซ ก่อนจะตอกส้นคืนให้ ดิยุฟ ตามเข้ามายิง บอลเแฉลบ เดลฟ์ ที่ตามมาบล็อคเปลี่ยนทางเข้าไป เอแดร์สัน หมดสิทธิ์เซฟ จบ 45 นาที แมนฯ ซิตี้ 3 สโต๊ค ซิตี้ 1

GOAL !!! นาทีที่ 47 ทีมเยือนได้ประตูไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะเล่นลูกทุ่ม โธมัส เอ็ดเวิร์ดส แบ็คขวาดาวรุ่งวัย 18 ปีที่ได้ประเดิมสนามเป็นเกมแรกให้กับช่างปั้น โชว์กระชากหนี เลรอย ซาเน และเปิดเข้ามาในเขตโทษให้ มาเม บิรัม ดิยุฟ ขึ้นโขก บอลไปโดนหน้าตัก ไคล์ วอล์คเกอร์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป

นาทีที่ 51 เจ้าหนู เอ็ดเวิร์ดส์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนต้องหามเปลออกจากสนาม ทำให้ทีมเยือนต้องส่ง รามาดาน โซบี ลงมาเล่นแทน

GOAL !!! นาทีที่ 56 เจ้าบ้านได้ประตูนำห่างอีกครั้ง จากจังหวะ เควิน เดอ บรอยน์ ฉกบอลได้จากแนวรับทีมเยือน ก่อนกระชากมาทางขวา และเปิดเรียดถวายพานให้ กาเบรียล เชซุส แปเสยตาข่ายเข้าไปอย่างหมดจด สกอร์ขยับเป็น 4-2